นวัตกรรมระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Smart Multi-Source Energy Management System)
Energy Management
.NETPLCDatabaseAISCADA

การควบคุมพลังงานจากแหล่งต่างๆ

ในยุคที่ต้นทุนพลังงานมีความผันผวน และภาคอุตสาหกรรมมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน (Sustainability) การพึ่งพาแหล่งพลังงานเพียงแหล่งเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่มั่นคงอีกต่อไป การผสมผสานแหล่งพลังงานที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนองค์กรจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ระบบจัดการพลังงานจากหลายแหล่ง (Smart Multi-Source Energy Management System) ที่ผสานพลังงานสะอาด พลังงานสำรอง และระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยมีแหล่งพลังงาน 3 รูปแบบหลัก คือ Solar Rooftop, Battery Storage, LNG Generator และระบบจำหน่ายไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA)

Zero-Export & Hybrid Power Control

แนวทางการออกแบบและสถาปัตยกรรมของระบบโดยใช้ PLC (Programmable Logic Controller) เป็นสมองกลกลางในการควบคุม ซึ่งเป็นแนวทางมาตรฐานที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยมีแนวคิดการควบคุมดังนี้
  1. Solar Maximum Utilization: ให้ Solar Rooftop ผลิตไฟฟ้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่แดดและ Load ในขณะนั้นจะอำนวย
  2. Generator Dynamic Matching: ปรับกำลังการผลิต (Set point) ของ LNG Generator ขึ้น-ลงตามความแกว่งของแดดและ Load เพื่อรักษาเสถียรภาพ
  3. Zero-Export to Grid: ควบคุมไม่ให้มีกระแสไฟฟ้าไหลย้อนกลับออกไปฝั่งโครงข่ายของ MEA (การไฟฟ้านครหลวง) เด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและเทคนิค
Smart-Multi-Source-Energy-Management-System-dashboard

Smart EMS Controller

  1. การบริหารต้นทุนตามช่วงเวลา (TOU Optimization & Peak Shaving) โดยระบบจะคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ซึ่งคิดราคาตามช่วงเวลา (Time of Use: TOU)
    • ช่วง Peak (กลางวัน): ระบบจะดันการใช้พลังงานจาก Solar Rooftop ให้เต็มประสิทธิภาพ 100% หากไม่พอ สมองกลจะสั่งเดินเครื่อง LNG Generator มาร่วมจ่ายไฟ เพื่อกดไม่ให้ยอดการดึงไฟจาก MEA สูงเกินไป ช่วยประหยัดทั้งค่าพลังงานและค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้า (Demand Charge)

    • ช่วง Off-Peak (กลางคืน/วันหยุด): เมื่อค่าไฟจาก MEA มีราคาถูกลง ระบบจะสั่งดับเครื่อง LNG Generator และหันมาใช้ไฟจาก MEA เป็นหลัก เพื่อเซฟชั่วโมงการทำงานของเครื่องจักรและลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

  2. ระบบรักษาความเสถียรและสลับแหล่งจ่ายไร้รอยต่อ (Microgrid Control & Seamless Transfer) ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟฟ้าจาก MEA ตกหรือดับ หรือมีเมฆก้อนใหญ่บดบังแสงแดดอย่างกะทันหัน ระบบ EMS จะสั่งการด้วยความเร็วระดับมิลลิวินาที (Millisecond) ให้ LNG Generator เร่งกำลังการผลิตขึ้นมาทดแทนทันที เพื่อให้กระบวนการผลิตในโรงงานหรืออาคารดำเนินต่อไปได้โดยไม่หยุดชะงัก (Zero Downtime)
  3. การพยากรณ์ล่วงหน้าด้วย AI (Predictive Energy Management) ระบบ EMS มีการนำ AI และ Machine Learning เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้า เช่น พยากรณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อคาดการณ์ปริมาณไฟฟ้าที่จะผลิตได้จาก Solar Rooftop ในวันพรุ่งนี้ ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้โหลดของอาคาร ทำให้สามารถวางแผนการสั่งซื้อหรือบริหารคลังเชื้อเพลิง LNG ได้อย่างแม่นยำ

ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ

  1. Maximize Cost Savings: ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้สูงสุด เนื่องจากระบบจะเลือกใช้แหล่งพลังงานที่ "ถูกที่สุด" ณ เวลานั้นเสมอ
  2. Energy Resilience & Security: มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะไม่หยุดชะงักจากปัญหาไฟดับ ไฟตก หรือวิกฤตพลังงานขาดแคลน
  3. Sustainability Goals (ESG): การดึงพลังงานจาก Solar Rooftop มาใช้เป็นอันดับแรก ช่วยลด Carbon Footprint ขององค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกพิกัดมาตรฐานโรงงานสีเขียว
  4. Data-Driven Operations: ผู้บริหารและทีมวิศวกรสามารถดูรีพอร์ตการใช้พลังงาน, อัตราการประหยัด, และสถานะของระบบทั้งหมดได้ผ่าน Dashboard แบบ Real-time ทั้งบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน
กลับไปหน้าผลงาน
เกิดข้อผิดพลาดในการเชื่อมต่อ กรุณารีเฟรชหน้าเว็บ รีเฟรช

Rejoining the server...

Rejoin failed... trying again in seconds.

Failed to rejoin.
Please retry or reload the page.

The session has been paused by the server.

Failed to resume the session.
Please retry or reload the page.